ดูดวงออนไลน์

ดูดวงออนไลน์
ภาพรูปปั้นพระฤาษี ชีวกโกมารภัจจ์ ณ วัดพระแก้ว
 
๔.วจีกรรม กรรมทางวาจา


ขอกล่าวทักทายลูกศิษย์และท่านผู้เยี่ยมเว็ปไซต์ทุกท่านครับ ในครั้งนี้ท่านวิทยาธรโสภัทรได้แนะนำให้อาจารย์
ได้เขียนเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับ วจีกรรม หรือเรียกว่า กรรมทางด้านวาจาครับ ในส่วนนี้ จะขออธิบายในส่วนกรรม
ฝ่ายไม่ดี ที่เกิดจากทางวาจา การใช้คำพูดที่สร้างเหตุของกรรม ให้เกิดแก่ชีวิตต่างๆ นะครับ พระพุทธเจ้ากล่าวว่า
วจีกรรมทางบาปนั้น มี ๔ อย่าง คือ พูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วจีทุจริต ครับ

มนุษย์เรานี้ ใช้การสื่อสารหลักคือการพูดคุย สื่อสารกันด้วยการใช้ปากเปร่งเสียงพูดออกมาเป็นคำพูดจนเป็นภาษา
สมมุติที่เราสร้างขึ้น เพื่อให้มีความเข้าใจระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง ดังนั้น การสื่อสารด้วยคำพูดจึงเป็นสิ่งหลักที่ใช้มาก
ในชีวิตประจำวันของเรา แต่เราจะรู้หรือไม่ว่า ในทางกฏของกรรมแล้ว กรรมสะสมจำนวนมากที่ส่งผลต่อชีวิตนั้น
มาจากสิ่งที่เราได้เอ่ยออกไปโดยไม่รู้ตัว เพราะคำพูดนั้น เอ่ยออกมาได้ง่าย ได้ไว และทำได้จำนวนมากเกินกว่า
ที่เราคาดคิดไว้ครับ เพราะว่าในวันหนึ่งเรารับรู้ข่าวสาร สื่อสารกันทางคำพูด มากกว่าอย่างอื่น ที่สำคัญเรามักออก
ความเห็นต่างๆ อย่างทันที ทีนี้

อาจารย์จะลองจำแนกผลของกรรมทางวาจาที่ให้ผลทั่วไป จากประสบการณ์ที่แนะนำคนมานั้น
มีดังนี้ครับ

๑. มักคิดตัดรอนกำลังใจตนเอง คิดวนเวียน ขาดกำลังใจ
๒. ทำอะไรเป็นทุกขลาภ มีคนขัดขวางกำลังใจเสมอ มีเรื่องก่อนจึงสำเร็จ ร้องไห้ ก่อนหัวเราะครับ
๓. มักได้ของมีตำหนิ เสียหาย บกพร่องกว่าที่ควรจะเป็น
๔. ประกอบกิจใด จะมีอุปสรรคขัดขวาง ติดขัด ล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนงาน
๕. เอ่ยอะไรไปขาดน้ำหนัก ขาดความน่าเชื่อถือ ไม่ดึงดูดความสนใจต่อคู่สนทนา
๖. คนมักผิดสัญญา เจอบุคคลพูดให้ความหวัง หลอกให้ดีใจ
๗. สถานที่นอนหลับพักผ่อน จะถูกรบกวนจากเสียงดัง เช่น จากสัตว์ คน หรืออุบัติเหตุทำให้ตกใจ ผวาได้บ่อย
๘. สุขภาพจะมีปัญหาช่องปาก โพรงจมูก ระบบปอด และฟันครับ

ที่ยกมานี้ พอให้ทราบบางส่วนเท่านั้นนะครับ เพราะเหตุที่เราสร้างไว้นั้นมันมีจำนวนมาก หลากหลายแยกย่อย
ไปได้อีกมากมายครับ ส่วนมากกรรมทางคำพูดนั้น ที่ใหญ่ๆ จะไปผนวกกับการสร้างกรรมปรามาสพระรัตนตรัย
และกรรมทำร้ายบิดามารดาร่วมได้โดยง่ายครับ แต่ก็จะอยู่ในหมวดใหญ่คือ วจีทุจริตที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว
ทั้งหมดครับ

ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญก่อนที่จะเอ่ยอะไร ควรใคร่ครวญเสียก่อน ตรวจทานก่อนเสมอครับ หันมาดูใจของเรา
ดูเจตนาก่อนจะเอ่ยคำพูดออกไปจึงจะดีที่สุดครับ เรียกว่า เป็นการสำรวมวาจา ตรงนี้ถือว่าเป็นการเจริญสติ
และมีสมาธิในฝ่ายกุศลขึ้นมาทันทีนะครับ เพราะเมื่อเราคอยสอดส่องเรียนรู้ระมัดระวังคำพูด การเอ่ยคำพูดใดๆ
จะกลายมาเป็นเครื่องระลึกรู้ของสติของเราในชีวิตประจำวันครับ จะส่งผลไปเรื่องของปฏิบัติเดิมที่เรากระทำอยู่
หรือที่กำลังจะเริ่มกระทำในด้านศีล สมาธิ และเกิดปัญญาในที่สุดได้เช่นกันครับ
ยกตัวอย่างเช่น ปกติเราต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ดูมาในทีวี จากการอ่านข่าวสารในหน้าหนังสือพิมพ์ ทางเว๊ปไซต์
กับเพื่อนๆ ที่ทำงานกับบุคคลในครอบครัวของเรา โดยเฉพาะเรื่องดารา ข่าวบันเทิง บ้านเมืองต่างๆ เรื่องนั้นมี
ทั้งจริงและเท็จ ทั้งถูกและผิด เราก็ไม่อาจรู้ได้ บางเรื่องอาจสรุปผลถูกผิดมาแล้ว ก็สามารถลงความเห็นกันตาม
เหตุผล บางเรื่องอาจเป็นเพียงข่าวลือ บางเรื่องก็อาจจะยังไม่มีข้อสรุป เป็นต้น เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ทุกท่านอาจจะ
สงสัยขึ้นมาได้ว่า อย่างนั้น เราไม่ควรบริโภคสื่อหรือควรงดสนทนาเลยหรือ? คำตอบคือ ให้ใช้ชีวิตปกติครับ
แต่ให้ระมัดระวังในเรื่องกรรมที่จะเกิดต่อไปครับ นั่นก็คือ เมื่อเราจะสนทนาแล้ว หากจำเป็นต้องวิจารณ์ ให้วินิจฉัย
โดยเหตุผล โดยศีลธรรม อย่าเอ่ยคำพูดนินทา ว่าร้าย เสียดสี ทางที่ดีที่สุดก็คือ เป็นเพียงผู้รับรู้ข่าวสาร พยายาม
หลีกเลี่ยงการจับกลุ่มเพื่อต่อยอดเรื่องราว เพราะเนื้อหาที่คุยต่อจากนั้นมักจะเป็นไปในขอบข่ายของวจีทุจริตได้
ง่ายนะครับ นอกจากนี้แล้ว กรรมทางคำพูดในเรื่องการพูดจาขัดขวาง ทำร้าย ทำลายกำลังใจคนอื่น โดยเฉพาะที่กำลัง จะกระทำความดีนั้น เป็นสิ่งที่มีผลกระทบต่อชีวิตโดยรวมเร็วมากนะครับ

หมายเหตุ: กรรมในการพิมพ์ตัวอักษร ตามเว็ปต่างๆ ก็มีผลเสมอกันกับการสร้างกรรมทางวาจาครับ

ทีนี้ มาถึงวิธีการแก้ไขบรรเทากรรมทางด้านนี้กันนะครับ

วิธีที่ ๑. หมั่นพยายามรักษาวจีสุจริต คือ วจีกรรมทางดี มี ๔ อย่าง คือ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดเพ้อเจ้อ
วิธีที่ ๒. สร้างเสริมกุศลทางคำพูดโดยการสาธยายบทสวดสรรเสริญพระรัตนตรัย เอ่ยวาจาให้ความสุข
บิดามารดา ให้กำลังใจ เอ่ยคำดีๆ แก่คนรอบข้างเสมอๆ
วิธีที่ ๓. หากกำลังได้รับผลของกรรมปรากฏตาม ๘ ข้อด้านบนอยู่นะครับ ให้กระทำดังนี้ครับ

ให้หาเวลาทุกวันพระ ตั้งสัจจะอธิษฐานขออยู่กรรมชั่วขณะเวลาหนึ่ง หาที่สงบปลอดจากคนอยู่ห้องพระ
หรือที่ใดก็ได้ ว่า "ข้าพเจ้าชื่อนามสกุลนี้ ขอสำนึกกรรมและอยู่กรรม ในการชดใช้วิบากที่เกิดจากอกุศลจิต
วาจาที่ล่วงเกิน ปรามาส ติเตียน บุคคลอื่น ภายในระยะเวลา .....นาทีนี้ จะขอถือวิรัตศีล และงดเว้นจาก
การพูดคุย ไม่เอ่ยวาจาใดๆ อันเป็นโทษแก่ทุกผู้ทุกนาม"

จากนั้นก็ให้ทำตามสัจจะอธิษฐานครับ ระหว่างนี้ก็บอกคนรอบข้างเสียก่อนครับ เมื่อทำแล้ว วิบากกรรมจะ
คลายเร็ว สำคัญต้องพยายามไม่สร้างเพิ่ม จะช่วยบรรเทาได้ไวครับ ทุกครั้งที่เสร็จก็ให้อุทิศส่วนกุศลครับ
ทำบ่อยๆ จะเห็นผลครับ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านตั้งมั่นอยู่ในความดีไม่ท้อถอยนะครับ ขอให้เจริญในธรรมครับ

อาจารย์วัชระ
ลงบันทึก วันอังคารที่ ๑ ธันวาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ ขึ้น ๑๔ ค่ำเดือน ๑