ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นสิ่งที่สมมุติขึ้นมาทั้งสิ้น เพราะอะไรถึงบอกว่าสมมุติ ก็เพราะเหตุว่า สิ่งที่เราเรียกว่าตัวเรา
คือร่างกายนี้ หรือวัตถุสิ่งของต่างๆ ที่อยู่รายล้อมตัวเราท่านทั้งหมดทั้งสิ้น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน
ล้วนแต่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไป ทุกอย่างมีอายุขัยของมันทั้งสิ้น
ฉะนั้นแล้วทุกตัวตนเราท่านทั้งหลายที่ได้เกิดมาอยู่บนโลกมนุษย์นี้จึงประสบแต่สิ่งที่เป็นทุกข์
เพราะความปรารถนาไม่สมหวังไม่เป็นดั่งใจ เกิดความบีบคั้นทั้งกายและใจ ต้นเหตุที่มนุษย์ต่างเป็นทุกข์
ก็เพราะว่าใจของเราท่านทั้งหลายต่างไปยึดกับสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น และหมายมั่นเอาเองว่า
เป็นตัวตนแท้จริงของเราและคิดเอาเองว่าสิ่งเหล่านี้จะอยู่กับเราตลอดไป
อารมณ์ทั้งหลาย ธรรมทั้งหลาย โลกทั้งโลกนี้ ล้วนเกิดที่จิต อุปาทานความยึดมั่นถือมั่นก็เกิดที่จิต
เมื่อเธอทั้งหลายจะละความเห็นนี้ออก ก็ต้องย่อมละที่จิตนี้เองมิใช่ที่อื่น
สตินี้แล เป็นธรรมอันยอดแล้ว เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็นไปต่อการถ่ายถอนความเห็นผิด
และเพื่อเจริญในธรรมเพื่อความพบอมตสุข คือนิพพาน
| คำพูดคน อย่าหลง เชื่อให้มาก |
จะลำบาก ภายหลัง น่าขื่นขม |
| ถ้าฟังแล้ว ไม่ไตร่ตรอง ตัวคงจม |
อยู่ในตรม เป็นเบี้ยล่าง เขาจนตาย |
|
| คนพูดจริง มีน้อย ในบัดนี้ |
คนพูดดี แต่หลอกลวง ไม่แยแส |
| พูดอะไร จงพูดจริง ไม่ปรวนแปร |
ตามกระแส ความเป็นจริง สิ่งสำคัญ |
|
| อย่าไปหลง อยู่ในมาร โลภโกรธหลง |
ท่านต้องปลง ให้ถูกหลัก ตามวิสัย |
| ท่านพึงปล่อย ความยึดติด ออกจากใจ |
ให้ใครใคร รู้ว่าท่าน ชนะมาร |
|
| หลงความรัก มักลืม ตัวสติ |
หลงลืมจิต ที่มีธรรม อันสดใส |
| มีความรัก ย่อมมีทุกข์ อยู่ในใจ |
หลงทำไม หลงกับธาตุ ที่ก่อตัว |
|
| พึงกำจัด ความกำหนัด จากในจิต |
น้อมความคิด พิจารณา กายสังขาร |
| ให้รู้เห็น ว่ากายนี้ อยู่ตามกาล |
สิ้นกำหนัด ในสันดาน จากกายเรา |
|
| ตัวตัณหา นำพาให้ คนต้องเกิด |
จึงต้องเปิด บังเกิดมา ภพทั้งสาม |
| เพียรลดละ ตัดความอยาก ให้สิ้นความ |
อย่าไปตาม ให้ใจตน ถืออวิชชา |
|
| กาลเวลา คืนล่วงไป ใช่เนิ่นช้า |
พึงหันมา รักษาจิต ให้ผ่องใส |
| ยามดับขันธ์ มิกังวล ต่อสิ่งใด |
ทางที่ไป ย่อมเป็นสุข-คติเอย |